ราสมุส ฮอยลุนด์ (Rasmus Hojlund) กองหน้าดาวรุ่งจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองก่อนที่จะกลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยให้กับ เดนมาร์ก (Denmark) เอาชนะ โปรตุเกส (Portugal) ไปได้ 1-0 ในเกมเลกแรกของรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก (UEFA Nations League) หลังจากที่พลาดโอกาสทำประตูไปอย่างน่าเสียดายเมื่อยิงเฉี่ยวเสาออกไป แต่เพียงแค่นาทีถัดมา ฮอยลุนด์ (Hojlund) ก็ได้รับโอกาสอีกครั้งและไม่พลาดในครั้งนี้ เมื่อเขาจบสกอร์อย่างเยือกเย็นจากการจ่ายบอลของ อันเดรอัส สคอฟ โอลเซ่น (Andreas Skov Olsen) ในนาทีที่ 78 ของการแข่งขัน ประตูดังกล่าวทำให้ ฮอยลุนด์ (Hojlund) สามารถทำประตูได้ในสองเกมติดต่อกันทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ หลังจากที่เพิ่งยิงประตูยุติสถิติไร้สกอร์ยาวนาน 21 เกมในการเอาชนะ เลสเตอร์ (Leicester) ในศึก พรีเมียร์ ลีก (Premier League) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาวยิงวัย 22 ปี ซึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "ผมตกหลุมรักฟุตบอลเพราะ คริสเตียโน่ (Cristiano)" ได้ฉลองประตูด้วยท่าดีใจแบบซิกเนเจอร์ของ โรนัลโด้ (Ronaldo) ที่รู้จักกันในชื่อท่า 'ซุย' (sui) ชัยชนะในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ เดนมาร์ก (Denmark) สมควรได้รับ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือคนใหม่อย่าง ไบรอัน ไรเมอร์ (Brian Riemer) ซึ่งพวกเขาจะเดินทางไปยัง ลิสบอน (Lisbon) เพื่อทำการแข่งขันในเกมเลกที่สองในวันอาทิตย์นี้ (เวลา 19:45 น. ตามเวลากรีนิช) ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ในช่วงครึ่งแรกของเกม คริสเตียน อีริคเซ่น (Christian Eriksen) มีโอกาสยิงจุดโทษแต่ก็ถูก ดิโอโก้ คอสต้า (Diogo Costa) ผู้รักษาประตูของ โปรตุเกส (Portugal) พุ่งไปทางขวาเพื่อปัดบอลออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม เดนมาร์ก (Denmark) ได้รับจุดโทษหลังจากที่ลูกวอลเลย์ของ อีริคเซ่น (Eriksen) ไปโดนแขนของ เรนาโต้ เวย์กา (Renato Veiga) ในกรอบเขตโทษ ขณะที่ โปรตุเกส (Portugal) ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) กัปตันทีมไม่สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นในเกมนี้ได้ โดยมีเพียงลูกโหม่งที่เฉี่ยวเสาออกไปเท่านั้น อีริคเซ่น (Eriksen) ยังมีโอกาสยิงอีกครั้งแต่ก็ถูก ดิโอโก้ ดาลอต (Diogo Dalot) เพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) เคลียร์บอลออกไปได้ทันเส้น รวมถึงลูกฟรีคิกที่ถูกผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ ในขณะที่เจ้าบ้านพยายามหาประตูขึ้นนำจนกระทั่งมาได้ประตูจาก ฮอยลุนด์ (Hojlund) ในช่วงท้ายเกม ทีมที่แพ้ในการแข่งขันนัดนี้จะต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มคัดเลือก ฟุตบอลโลก (World Cup) ของ สกอตแลนด์ (Scotland) ซึ่งมี กรีซ (Greece) และ เบลารุส (Belarus) อยู่ในกลุ่มเดียวกันด้วย
เดนมาร์ก เล่นด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจ ที่ดูจะมีมากกว่าผู้มาเยือน จากแดนฝอยทอง
การแข่งขันในคืนนี้ที่ โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เป็นการพบกันที่น่าสนใจระหว่าง เดนมาร์ก (Denmark) ทีมที่เพิ่งเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่กับ โปรตุเกส (Portugal) ทีมที่อุดมไปด้วยดาวเตะระดับโลก การได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านทำให้ เดนมาร์ก (Denmark) เล่นได้อย่างมั่นใจตั้งแต่เริ่มเกม โดยมี คริสเตียน อีริคเซ่น (Christian Eriksen) เป็นแกนหลักในการสร้างเกมรุก แม้จะพลาดโอกาสจากจุดโทษในครึ่งแรก แต่ เดนมาร์ก (Denmark) ก็ยังคงมุ่งมั่นในการโจมตีและสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่อง ทางเข้าสโบเบ็ตมือถือ ในขณะที่ โปรตุเกส (Portugal) ดูเหมือนจะเล่นแบบประมาท โดยหวังพึ่งประกายความเก่งกาจเฉพาะตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) มากเกินไป ความแตกต่างอย่างชัดเจนคือความเฉียบคมในเกมรุก เมื่อ ไบรอัน ไรเมอร์ (Brian Riemer) ตัดสินใจส่ง ราสมุส ฮอยลุนด์ (Rasmus Hojlund) ลงสนามในช่วงครึ่งหลัง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อเกมอย่างมาก ความเร็วและพลังของ ฮอยลุนด์ (Hojlund) สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ โปรตุเกส (Portugal) จนนำมาสู่ประตูชัยในที่สุด
ฮอยลุนด์ จากวิกฤติสู่โอกาส หลังเริ่มกลับมาซัดประตูได้ติดต่อกันเป็นนัดที่สอง
การกลับมาทำประตูได้อีกครั้งของ ราสมุส ฮอยลุนด์ (Rasmus Hojlund) เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับทั้ง เดนมาร์ก (Denmark) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันยากลำบากในการทำประตู กองหน้าวัย 22 ปีรายนี้ถูกคาดหวังอย่างสูงเมื่อย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ด้วยค่าตัวที่สูง แต่เขาก็ต้องปรับตัวกับความกดดันและความคาดหวังในพรีเมียร์ลีก
การยิงประตูในเกมกับ เลสเตอร์ (Leicester) และตามด้วยประตูชัยในเกมนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาอย่างแท้จริงสำหรับ ฮอยลุนด์ (Hojlund) ท่าดีใจแบบ 'ซุย' (sui) ของเขาไม่เพียงแค่เป็นการแสดงความเคารพต่อ โรนัลโด้ (Ronaldo) แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่กำลังกลับมาอีกครั้ง
อนาคตของเนชันส์ ลีก ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ เดนมาร์ก (Denmark) มีความได้เปรียบอย่างมากก่อนเกมเลกที่สองที่จะมีขึ้นที่ ลิสบอน (Lisbon) หากพวกเขาสามารถรักษาข้อได้เปรียบนี้ไว้ได้ เดนมาร์ก (Denmark) จะมีโอกาสก้าวไปสู่รอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก (UEFA Nations League) ซึ่งจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศที่มีประชากรเพียง 5.8 ล้านคน สำหรับ โปรตุเกส (Portugal) พวกเขาจำเป็นต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในเกมเลกที่สองอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการสร้างโอกาสทำประตู การพึ่งพา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) เพียงคนเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป พวกเขาต้องการให้ผู้เล่นคนอื่นๆ เช่น แบร์นาร์โด้ ซิลวา (Bernardo Silva) และ บรูโน่ แฟร์นานเดส (Bruno Fernandes) แสดงศักยภาพให้มากขึ้น ที่น่าสนใจคือผลของการแข่งขันในรอบนี้ยังมีผลต่อการแบ่งกลุ่มในการคัดเลือก ฟุตบอลโลก (World Cup) ด้วย โดยทีมที่แพ้จะต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับ สกอตแลนด์ (Scotland) ซึ่งเป็นการเพิ่มความกดดันให้กับทั้งสองทีมมากยิ่งขึ้น ทางเข้าสโบเบ็ตมือถือ ชัยชนะในเกมนี้เป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ไบรอัน ไรเมอร์ (Brian Riemer) ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เดนมาร์ก (Denmark) หลังจากที่ คาสเปอร์ ฮูลมานด์ (Kasper Hjulmand) ลาออกจากตำแหน่ง การตัดสินใจทางยุทธวิธีของเขา โดยเฉพาะการส่ง ฮอยลุนด์ (Hojlund) ลงสนามในช่วงเวลาที่เหมาะสม แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ดีในการอ่านเกม ไรเมอร์ (Riemer) มีประสบการณ์การทำงานกับสโมสรใน อังกฤษ (England) มาก่อน ซึ่งช่วยให้เขาเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของผู้เล่นที่เล่นในลีกดังกล่าว เช่น อีริคเซ่น (Eriksen) และ ฮอยลุนด์(Hojlund) การผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความสดใหม่ในแท็คติกของเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพา เดนมาร์ก (Denmark) ไปสู่ความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้ เดนมาร์ก (Denmark) เอาชนะ โปรตุเกส (Portugal) ไปได้ 1-0 ในเกมเลกแรกของรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก (UEFA Nations League) จากประตูชัยของ ราสมุส ฮอยลุนด์ (Rasmus Hojlund) ในนาทีที่ 78 ซึ่งเป็นการทำประตูในเกมที่สองติดต่อกันของเขาหลังจากยิงประตูให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ในเกมกับ เลสเตอร์ (Leicester) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชัยชนะนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับ ไบรอัน ไรเมอร์ (Brian Riemer) ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เดนมาร์ก (Denmark) และพวกเขาจะเดินทางไปเยือน ลิสบอน (Lisbon) สำหรับเกมเลกที่สองด้วยความมั่นใจ ในขณะที่ โปรตุเกส (Portugal) และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) ต้องปรับปรุงผลงานอย่างมากหากต้องการพลิกสถานการณ์